มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0 และ EV 3.5 ของภาครัฐไทย ไม่ได้มีเพียงแค่เงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่ยังมีเงื่อนไขสำคัญที่ค่ายรถยนต์ทุกแบรนด์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นั่นคือการชดเชยการผลิตในประเทศตามอัตราส่วนที่กำหนด ควบคู่ไปกับเงื่อนไขการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "Battery Cell 10%" ซึ่งกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตชดเชยต้องมีการใช้เซลล์แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบขึ้นภายในประเทศอย่างน้อย 10% ของมูลค่าชุดแบตเตอรี่ทั้งหมด
เวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่เส้นตายดังกล่าว กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อห่วงโซ่อุปทาน เพราะการตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เทคโนโลยีที่ซับซ้อน และระยะเวลาเตรียมการนาน หากค่ายรถยนต์ไม่สามารถบรรลุข้อกำหนดนี้ได้ตามกำหนด อาจต้องเผชิญกับบทลงโทษทางภาษีย้อนหลังและการเรียกคืนเงินอุดหนุน ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยของรถยนต์พลังงานใหม่ในตลาดมีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคทั่วไปที่ยังลังเลเรื่องการซื้อขาดจึงเริ่มหันมามองทางเลือกอย่างการเช่ารถเพื่อทดลองใช้งานจริงในชีวิตประจำวันก่อนตัดสินใจลงทุนระยะยาว
ผลกระทบจากข้อกำหนดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้ผลิตและผู้ซื้อรายย่อย แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปยังธุรกิจที่ต้องพึ่งพารถยนต์เป็นสินทรัพย์หลักในการดำเนินงาน กลุ่มผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์และการเดินทางต้องจับตามองความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านแบตเตอรี่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ตลาดรถเช่าในภาพรวมก็ต้องวางแผนบริหารจัดการอายุการใช้งานและการเปลี่ยนถ่ายฝูงรถให้สอดคล้องกับโครงสร้างราคาชิ้นส่วนที่อาจผันผวนหลังพ้นเส้นตาย
ในภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางแบบหมู่คณะ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดยังคงมีความท้าทายเฉพาะตัว รถตู้ขนส่งผู้โดยสารทางไกลยังจำเป็นต้องพึ่งพาระยะทางวิ่งและความต่อเนื่องในการเดินทาง ทำให้บริการเช่ารถตู้พร้อมคนขับยังคงเลือกใช้รถตู้เครื่องยนต์สันดาปหรือไฮบริดเป็นหลักเพื่อความคล่องตัวในการเดินทางข้ามจังหวัด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะเวลาชาร์จไฟหรือการเปลี่ยนรอบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง
อย่างไรก็ตาม ทิศทางของพาหนะโดยสารขนาดใหญ่ในเขตเมืองเริ่มเห็นการปรับปรุงฝูงยานยนต์อย่างเป็นรูปธรรม องค์กรหลายแห่งที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตามเกณฑ์ ESG หันมาใช้แนวทางเช่ารถตู้แบบรายเดือนหรือรายปีสำหรับรับส่งพนักงาน ซึ่งช่วยให้ควบคุมค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระบบขับเคลื่อนได้ชัดเจนกว่าการจัดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่เข้ามาเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอง
ทางฝั่งผู้ใช้ทั่วไปที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระแสการขับขี่รถยนต์พลังงานสะอาดได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การเลือกเช่ารถไฟฟ้าสำหรับขับไปทำงานหรือเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสั้นๆ กลายเป็นพฤติกรรมใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องราคาขายต่อหรือค่าเสื่อมราคาของชุดแบตเตอรี่ในอนาคต
ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ทำให้บทบาทของบริษัทรถเช่าทวีความสำคัญยิ่งขึ้นในฐานะตัวกลางที่ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนและเทคโนโลยีให้กับผู้บริโภค การจับตาดูว่าค่ายรถยนต์จะสามารถตั้งสายการผลิตและบรรลุเกณฑ์ Battery Cell 10% ได้ทันเวลาหรือไม่ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนโยบายอุตสาหกรรม แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางราคาและความคุ้มค่าในการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าของคนไทยในก้าวถัดไป
สำนักงานใหญ่ รถเช่าดอนเมือง
ตั้งอยู่เลขที่ 279/57 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
เวลาเปิดทำการ 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน
Call center 02 – 002 – 4606
092-284-8660 / 090-638-4888 / 086-993-3082
Line ID : @ecocar
Email : info@thairentecocar.com
WhatsApp : 0869933082
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขบัญชี : 605-2588466
ชื่อบัญชี : บริษัท ไทยเร้นท์อีโก้คาร์ จำกัด
บัญชีประเภทออมทรัพย์
**อ่าน** เงื่อนไขสัญญาเช่า (คลิก)
