กลายเป็นประเด็นร้อนในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับปัญหา "ตู้ชาร์จว่าง แต่มีรถจอดแช่" ไม่ว่าจะเป็นรถน้ำมันที่มาเนียนจอด หรือแม้กระทั่งรถ EV ด้วยกันเองที่ชาร์จเต็มไฟตัดไปนานแล้ว แต่เจ้าของกลับไม่ยอมมาเลื่อนรถ ปล่อยให้คนอื่นที่แบตเตอรี่กำลังจะหมดต้องยืนรอด้วยความสิ้นหวัง
ล่าสุด บรรดาผู้ให้บริการสถานีชาร์จหลายค่ายจึงเริ่มหมดความอดทน ออกมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการ "ปรับเงินจอดแช่" (Idle Fee) เพื่อดัดหลังสายแช่และจัดระเบียบสังคมชาว EV ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แม้ว่าแต่ละค่ายจะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีหลักการและเงื่อนไขที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้ครับ:
มีช่วงเวลาผ่อนผัน (Grace Period): เมื่อรถของคุณชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% (หรือถึงระดับที่ตั้งไว้) ระบบจะส่งการแจ้งเตือนเข้าแอปพลิเคชันมือถือทันที โดยส่วนใหญ่จะให้เวลาผู้ขับขี่มาเลื่อนรถประมาณ 10-15 นาทีแรกฟรี ไม่คิดเงิน
อัตราค่าปรับแบบรายนาที: หากเกินเวลาผ่อนผันแล้วยังนิ่งเฉย ระบบจะเริ่มคำนวณค่า Idle Fee เป็นรายนาที เช่น นาทีละ 1-5 บาท หรือบางค่ายอาจคิดเป็นช่วงเวลา เช่น ทุกๆ 10 นาที 20 บาท ซึ่งถ้าจอดทิ้งไว้ข้ามคืน ค่าปรับอาจพุ่งสูงกว่าค่าไฟที่ชาร์จไปเสียอีก!
ตัดเงินอัตโนมัติ: เงินค่าปรับนี้จะถูกหักออกจากบัตรเครดิต หรือ Wallet ที่ผูกไว้กับแอปพลิเคชันผู้ให้บริการโดยอัตโนมัติ หากไม่จ่ายก็จะไม่สามารถใช้บริการตู้ชาร์จในเครือข่ายนั้นได้อีกในครั้งต่อไป
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้ประกอบการขนส่งที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าด้วย เช่น กลุ่มธุรกิจที่เลือกใช้บริการ เช่ารถกระบะห้องเย็น แบบไฟฟ้าเพื่อขนส่งสินค้าในเมือง ก็ต้องวางแผนเวลาให้ดี เพราะหากจอดแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อรอส่งของตอนเช้า อาจต้องเจอกับบิลค่าปรับที่ทำเอาสะดุ้งได้เหมือนกัน
แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักไม่ใช่การมุ่งหวังผลกำไรจากค่าปรับ แต่เป็นการ "สร้างวินัย" และเพิ่มอัตราการหมุนเวียน (Turnover Rate) ของตู้ชาร์จ ลองนึกภาพธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการขนส่งอย่างเร่งด่วน หากพวกเขาเลือก เช่ารถกระบะ มาใช้งานเพื่อส่งสินค้าให้ทันเวลา แต่ต้องมาเสียงานเสียการเพราะตู้ชาร์จสาธารณะถูกรถจอดแช่ปิดทาง มาตรการนี้จึงเข้ามาช่วยลดปัญหาคอขวดดังกล่าวได้อย่างตรงจุด
รู้หรือไม่? ในต่างประเทศ มาตรการ Idle Fee ถือเป็นเรื่องสากลมาก ค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla มีการปรับเงินจอดแช่สูงถึงนาทีละเกือบ 30 บาท (ในสถานีที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น) เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะได้เข้าถึงพลังงานอย่างเท่าเทียม
สำหรับใครที่กังวลว่าจะโดนปรับโดยไม่ตั้งใจ แนะนำให้ทำตามทริคง่ายๆ ดังนี้:
เปิดแจ้งเตือนแอปฯ ไว้เสมอ: ห้ามปิด Notification ของแอปฯ สถานีชาร์จเด็ดขาด
กะเวลาให้แม่นยำ: ดูเวลาประมาณการที่รถจะชาร์จเต็ม แล้วตั้งนาฬิกาปลุกในมือถือเตือนตัวเองล่วงหน้าสัก 10 นาที
ชาร์จแค่พอใช้: ไม่จำเป็นต้องรอให้เต็ม 100% เสมอไป เพราะช่วง 80-100% ไฟจะวิ่งช้าลงมาก การชาร์จแค่พอวิ่งถึงจุดหมายถัดไปช่วยประหยัดทั้งเวลาและลดความเสี่ยงในการโดนปรับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการขนส่งรายย่อยหรือพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่อยากปวดหัวกับข้อจำกัดของระบบ EV ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ การเลือกใช้บริการ เช่ากระบะห้องเย็นรายเดือน หรือ เช่ารถกระบะรายเดือน ในรูปแบบเครื่องยนต์น้ำมันหรือไฮบริดมาตรฐาน ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เรื่องความคล่องตัวและไร้กังวลเรื่องสถานีชาร์จได้ดีที่สุดในปัจจุบัน
มาตรการ "ปรับเงินจอดแช่ช่องชาร์จ EV" ถือเป็นยาแรงที่จำเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสังคมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เดินหน้าไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ขับขี่รถเก๋งไฟฟ้าส่วนตัว หรือเป็นคนขับ รถเช่ากระบะห้องเย็น และ รถเช่ากระบะ ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ การมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมและเคารพกฎกติกาการใช้พื้นที่สาธารณะ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ร่วมกันได้อย่างมีความสุขครับ
สำนักงานใหญ่ รถเช่าดอนเมือง
ตั้งอยู่เลขที่ 279/57 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
เวลาเปิดทำการ 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน
Call center 02 – 002 – 4606
092-284-8660 / 090-638-4888 / 086-993-3082
Line ID : @ecocar
Email : info@thairentecocar.com
WhatsApp : 0869933082
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขบัญชี : 605-2588466
ชื่อบัญชี : บริษัท ไทยเร้นท์อีโก้คาร์ จำกัด
บัญชีประเภทออมทรัพย์
**อ่าน** เงื่อนไขสัญญาเช่า (คลิก)
