การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเริ่มต้นขึ้น เมื่อภาครัฐเตรียมผลักดันมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ารอบใหม่ภายใต้โครงการ "EV Replacement" ด้วยวงเงินงบประมาณสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเก่าไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนรถใช้งานเดิมรวมกว่า 80,000 คันทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในแผนอุดหนุนด้านพลังงานสะอาดที่ครอบคลุมและมีมูลค่าสูงที่สุดโครงการหนึ่งในภูมิภาค
โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (โดยเฉพาะ PM2.5) ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัวลง โดยในระยะแรกเน้นไปที่กลุ่มรถสาธารณะและรถเชิงพาณิชย์ เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์รับจ้าง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีอัตราการปล่อยมลพิษสะสมต่อวันสูงที่สุด
รูปแบบการสนับสนุนภายใต้วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาทนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุนเริ่มต้นของการเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า ผ่านแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:
เงินอุดหนุนโดยตรง: สำหรับผู้ที่นำรถเก่ามาเปลี่ยนเป็นรถ EV ใหม่
สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ: เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ
สิทธิประโยชน์ทางภาษี: ช่วยลดต้นทุนในการครอบครองและบริหารจัดการ fleet รถยนต์
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ยังไม่อยากแบกรับภาระเงินกู้ก้อนใหญ่ การเลือกใช้บริการ เช่ารถ ไฟฟ้ามาทดลองใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมในการปรับตัวเข้าสู่ยุค EV โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเสื่อมราคา
วงเงินสนับสนุนระดับ 2.4 หมื่นล้านบาท ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้ขับขี่ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบวงกว้างต่อภาคธุรกิจภาคการขนส่งและภาคบริการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการบริหารฟลีตรถยนต์ (Fleet Management) ที่กำลังเตรียมแปลงสภาพกองยานพาหนะเดิมให้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด
ปัจจัยนี้กระตุ้นให้ บริษัทรถเช่า ชั้นนำต่างปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเร่งนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เข้ามาเติมในฟลีตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรและบุคคลธรรมดาที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และสถานีชาร์จทั่วประเทศ
แม้นโยบายอุดหนุนจากรัฐจะช่วยลดราคารถ EV ลงมาได้มาก แต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วและการลดลงของราคาตามวงจรผลิตภัณฑ์ อาจทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มกังวลเรื่องราคาขายต่อ (Resale Value)
ด้วยเหตุนี้ แนวคิดการใช้งานแบบบริการสัญญาระยะยาวจึงได้รับความสนใจสูงขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบ รถเช่าระยะยาว สำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการควบคุมงบประมาณรายจ่ายรายเดือนได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งตัดความเสี่ยงเรื่องความเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่และการบำรุงรักษาออกไป
นอกจากนี้ การตัดสินใจเลือกสัญญารูปแบบ เช่ารถระยะยาว ยังช่วยให้บริษัทและบุคคลทั่วไปสามารถอัปเกรดไปใช้รถ EV เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้ทุกๆ 3-5 ปี ตามรอบสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับจังหวะการพัฒนาเทคโนโลยีในปัจจุบัน
การที่รัฐบาลอุดหนุนให้โครงสร้างพื้นฐานและจำนวน รถเช่า พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในตลาด ยังส่งผลดีโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางส่วนบุคคล ผู้เดินทางที่ไม่ต้องการขับรถส่วนตัวเดินทางไกล สามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะแล้วเลือกบริการ รถเช่าขับเอง บริเวณจุดหมายปลายทาง เพื่อท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่าเดิม
โครงการ "EV Replacement" วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่นโยบายการแจกเงินอุดหนุน แต่เป็นยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทยอย่างยั่งยืน หากมาตรการนี้ผ่านการอนุมัติและเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง
สำนักงานใหญ่ รถเช่าดอนเมือง
ตั้งอยู่เลขที่ 279/57 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
เวลาเปิดทำการ 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน
Call center 02 – 002 – 4606
092-284-8660 / 090-638-4888 / 086-993-3082
Line ID : @ecocar
Email : info@thairentecocar.com
WhatsApp : 0869933082
ธนาคารไทยพาณิชย์
เลขบัญชี : 605-2588466
ชื่อบัญชี : บริษัท ไทยเร้นท์อีโก้คาร์ จำกัด
บัญชีประเภทออมทรัพย์
**อ่าน** เงื่อนไขสัญญาเช่า (คลิก)
